Frequently Asked Questions

Please select your question category

Search FAQs
View all frequently asked questions

หลังจากเขียนโมเดลเสร็จเข้าไปที่เมนู Tool --> เลือกที่ Flat Pattern-->เลือกผิวอ้างอิง-->ขอบอ้างอิง แล้วแผ่นโลหะจะคลี่ออกมาครับ

flatpattern1

สามารถแก้ค่า K ของ sheet ได้ที่ Application Button -> Properties -> Material Table แล้วเลือกที่หน้าของ Gage แก้ค่าในช่อง Neutral factor ได้เลยครับ

การทำสเกลของ Solid Edge ทำให้รูปเปลี่ยนสเกลไปเท่านั้น ส่วน diamension ยังเป็นค่าจริงตามโมเดล 3D ไม่ได้วัดความยาวของเส้นที่แสดงครับ

สามารถได้ครับ โดยหลังจากที่เราประกอบชิ้นงานตัวแรกไปแล้ว ให้เราคลิ๊กขวาที่ชิ้นงานนั้นแล้วเลือกคำสั่ง Capture fit --> OK  โปรแกรมจะจำการประกอบไว้ แต่ถ้าต้องการให้ลบการจำออกก็เลือกคำสั่งเดิมเเล้ว Remove ออกครับ

ในการประกอบจำพวก Bolt , Screw จาก Standard part จะมีการทำ Capture fit ไว้อยู่แล้ว

ข้อแนะนำ ลองใช้การประกอบด้วย Flash Fit  Relationship แล้วเลือกที่เส้นขอบของทรงกระบอกกับเส้นขอบของรูดู น่าจะเร็วกว่าครับ

- ก่อนอื่นต้องขออธิบายก่อนนิดนึงนะค่ะ การ scale ใน draft จะทำได้สองแบบ แบบแรก scale ที่ sketch (คือวิธีที่ตอบกระทู้ไปก่อนหน้านี้ค่ะ) วิธีนี้ทั้งเส้นและ dimension จะเล็กตามไปด้วยขนาดจะเปลี่ยนไป วิธีที่สองเป็นการ scale ที่ view ขนาดเส้นและ dimension จะคงที่แต่ต้องมีการสร้าง view ก่อนค่ะ

- วิธีสร้าง view

SE-006-ScaleView1

SE-006-ScaleView2

SE-006-ScaleView3

SE-006-ScaleView4

- ในส่วนของ dimension เราสามารถใส่เพิ่มตอนหลังได้ จะได้ dimension ที่ถูกต้อง ค่ะ

 

SE-006-ScaleView5

เมื่ออยู่ในหมวด draft ก็ให้ใช้คำสั่ง Smart Dimension หรือ Distance Between

SE-007-Torrance1

เลือกตรง Dimension type

SE-007-Torrance2

เลือก Tolerance

SE-007-Torrance3

จะมีค่าให้ป้อนครับ ใส่ค่าตามต้องการ แล้ววางเส้นบอกขนาด

SE-007-Torrance4

ดังรูป

SE-007-Torrance5

หรือ

SE-007-Torrance6

การบอกสัญลักษณ์ค่างานผิว เลือก Surface texture symbol

SE-007-Torrance7

เลือกลัญลักษณ์

SE-007-Torrance8

 

เลือกจำนวน triangles

SE-007-Torrance9


แสดงดังรูป

SE-007-Torrance10

 

1.การทำแยกชิ้นต้องทำในโหมด Assembly แล้วสร้าง View เก็บไว้ครับ

SE-009-AssemblyDrawing1

2. วิธีทำ Explode view ใช้คำสั่ง Auto explode หรือ Explode เพื่อทำแยกชิ้น แล้วสร้าง View เก็บไว้

SE-009-AssemblyDrawing2

3.ในโหมด Drawing ใช้คำสั่ง View wizard  แล้วเลือก view ที่เรา save มาจาก Assembly

SE-009-AssemblyDrawing3

4.ทำ Part list จาก Explode view  ที่สร้าง

SE-009-AssemblyDrawing4

 

สามารถสร้างได้เฉพาะ Sprockets กับ Pulleys ครับโดยใช้คำสั่ง Engineering referrence ส่วนสายพานและโซ่ต้องวาดเองครับ

SE-010-Chain1

 

open file --> เปลี่ยน file of type เป็น dwg -->เลือก template เป็น iso draft ครับ

SE-011-AutoCADLine


หลังจากนั้น copy เส้นจากใน draft ไปวางใน sketch ของ part ครับ

ตามรูปครับ

SE-012-ConvertCurve1

SE-012-ConvertCurve2

Convert to curve เอาไว้เปลี่ยนเส้นให้กลายเป็น curve ครับ ซึ่งจะสามารถทำให้เส้นนั้นๆแก้ไขในรูปแบบ curve ได้ครับ

SE-012-ConvertCurve3

ใช้คำสั่ง partlist ครับ

SE-013-Partlist1

ถ้าจะให้แสดงเกลียวจริง ต้องทำให้เป็นเกลียวจริงๆเลยโดยใช้ Helix ทำเลยครับ ซึ่งเมื่อออกใน 2D แล้วจะดูยากเพราะว่ามีขนาดเล็กจะดูดำๆไปหมดครับ

เปิดหน้า Draft แล้วใช้คำสั่ง View wizard ดึง Model 3d เข้ามาวางครับ

SE-015-3DinDraft1

ตอนเปิดให้ไปเลือก boolean solid ออกครับ แล้วเลือกเปิดเป็น part ครับ

SE-016-OpenNXFile1

เปิดโดยตรงแบบ Open ทั่วไปไม่ได้ครับ ถ้าต้องการเปิดตรงเลยต้องใช้ Data migration ทำการเปิดครับ

SE-017-OpenIdeasFile1

ขั้นตอนการทำมีดังนี้ครับ

1.เปิดไฟล์Assembly ที่สร้างมาเเล้วเข้าไปที่คำสั่ง Property Manager ดังภาพนะครับ

SE-018-BomTable1

2.จะมีตารางขึ้นมาโดยปรกติค่าเริ่มต้นของโปรแกรม ช่องที่ใส่ค่า Title จะยังไม่แสดงออกมาให้ทำการคลิ๊กเมาส์ปุ่มขวาที่ช่องใดๆก็ได้เเล้วเลือกColumns.. จะมีหน้าต่างมาให้ติ๊กเครื่องหมายถูกหน้าช่อง Title แล้วกดOK เมื่อกลับมาที่ตารางจะมีช่อง Title ให้ใส่ค่าที่ต้องการไปในช่องเมื่อใส่ข้อมูลเสร็จแล้วกด Ok เเล้ว Save ไฟล์

SE-018-BomTable2

3.เมื่อกลับมาที่Drawing ที่ตารางที่ทำไว้แล้วจะมีกรอบขึ้นมาให้ทำการอัฟเดทโดยการคลิ๊กขวาที่ตารางแล้วเลือกที่Update เท่านั้นข้อมูลที่ใส่ไว้ก็จะปรากฎขึ้นครับ....หากต้องการเปลี่ยนแปลงข้อมูลในตารางช่องอื่นๆ ก็ให้ทำแบบเดียวกันครับ

SE-018-BomTable3

ทำได้ครับ โดยสร้างเกลียวสองอันครับ โดยหน้าตัด (Sketch) อยู่ตรงข้ามกันครับ

รูปเกลียวแรกครับ

SE-019-DoubleThread2

รูปเกลียวที่สองครับ

SE-019-DoubleThread3

 

 

ใช้คำสั่ง sweep โดยเริ่มจากสร้าง sketch ขึ้นมาโดยมี 2 หน้าตัด และอีก 2 ทางเดิน

SE-020-Sweep1

เลือกคำสั่ง sweep เลือก option เป็น multiple patch and cross section

จากนั้นเลือกเส้นทางเดินก่อน 2 เส้นแล้วกด next และเลือกหน้าตัดอีก 2 หน้าตัด กด next > preview

SE-020-Sweep2

รูปที่ได้

SE-020-Sweep3

ต่อมาใช้คำสั่ง Thin wall โดยใส่ความหนาที่ต้องการ และเลือกเปิดผิวทั้งสองด้าน

SE-020-Sweep4

 

ไปที่ Sketching > Insert > Image

SE-021-ImageInDrawing1

เลือก Browse... เพื่อหารูป

SE-021-ImageInDrawing2

เลือกรูปภาพที่ต้องการ และกด open

SE-021-ImageInDrawing3

แสดงรูปตามต้องการ เลือก OK

SE-021-ImageInDrawing4

รูปจะแสดงในหน้า Drawing ครับ

SE-021-ImageInDrawing5

NX

ทำได้โดยเลือก Rendering Style ให้เป็น studio

texture11

เลือก View --> Visualization-->Material/textures

texture21

ที่ Resource bar จะปรากฏ Materials Library ขึ้นมา

texture31

ในกลุ่ม nature wood จะมี material ที่เป็นไม้อยู่ เมื่อ double click เลือกแล้ว material ที่เลือก จะเข้ามาอยู่ที่ material in part ที่ resource bar

จากนั้นให้ double click ที่ material ใน material in part จะปรากฏหน้าต่าง material/texture ขึ้นมา

texture41

จากนั้นให้เราเลือกชิ้นงานที่จะ render แล้ว click mouse ปุ่มกลาง เพื่อตอบ Ok

ซึ่งในกรณีนี้จะสามารถใช้ได้กับ Hight quality image  กับการทำ animetion เท่านั้น

อันดับแรกให้ใช้คำสั่ง Flat Pattern (แต่ต้องเข้า Application Sheet Metal ก่อนครับ)

NX-002-flatpattern1

 เมื่อใช้ Feature นี้แล้ว NX จะไปสร้าง View ใน Drafting ให้เองครับ

NX-002-flatpattern2

จะได้ผลตามรูปครับ

NX-002-flatpattern3

ต่างกันครับ

law curve จะใช้ในกรณีที่ต้องการสร้าง carve จากสมการทางคณิตศาสตร์

โดยใช้คู่กับ Expressions เพื่อประกาศตัวแปร และ law carve จะนำสมการไปใช้

ใช้คำสั่ง THREAD_MILLING ครับ
การใช้งานค่อนข้างหลากหลายครับ

อธิบายคร่าวๆละกัน

สร้างรูจากคำสั่ง Hole ก่อนครับ

แล้วใช้ THREAD_MILLING ครับ

สาเหตุเกิดจาการที่เราใช้คำสั่งArray Components แล้วโปรแกรมจำค่าไว้ ดังนั้น เราจึงต้องเข้าไปลบค่า Array Components ก่อน  จึงจะสามารถลบตัว Bolt ได้ครับ  โดยเข้าไปที่ Assemblies ---->Components----> Edit Component Array นะครับ แล้วลบตรง Delete Array    ตามรูปได้เลยครับ

NX-005-DeleteAssembly1

NX-005-DeleteAssembly2

สามารถ Add เพิ่มได้ครับ โดยเข้าไป Create Material ด้านล่างขวาของ Assign Material แล้วใส่รายละเอียดของวัสดุนั้นๆ ตามตารางเปรียบเทียบวัสดุของแต่ละที่ได้เลยครับ

NX-006-AddMaterial1

ใช้คำสั่ง measure body

1.เลือกคำสั่ง Analysis--> measure body

2.เลือกที่ assembly

3.ติ๊กที่ช่อง Show Information Window จะมี informationโชว์ขึ้นมา

NX-007-CGValue1

สามารถเอาค่าใน information มาหาค่าต่างๆได้ครับ

-สามารถทำได้ครับ โดยเข้าไปเพิ่มคำสั่งใน Machine Control เลือกที่ Start of Path Events

เลือกช่อง Edit  ในข้อที่ 1 ครับ

-ถัดมาเลือก Cutter Compensation แล้วเลือก Add new event

NX-008-DOfsetCut1

-ใส่ค่าหมายเลขของ tool ที่ต้องการเดิน Offset ในช่อง Cutcom Register ได้เลยครับ

-ส่วนในช่องรายละเอียดของ tool ก็ต้องใส่ค่าให้ตรงกันด้วยครับ ข้อ 4 กับข้อ 6 ครับ

NX-008-DOfsetCut2

-เมื่อ Post ออกมาก็จะได้ค่า D แล้วครับ

NX-008-DOfsetCut3

1. ทำการเตรียม Material  ก่อนโดยต้องมีค่าต่อไปนี้ครบ ( ลองดู Mat : Titanium_Ti-6Al-4V เป็นตัวอย่าง )

   - Fatigue Strength Coefficient

   - Fatigue Strength Exponent

   - Fatigue Ductility Coefficient

   - Fatigue Ductility Exponent

2. ทำการวิเคราะห์ปกติ โดยต้องทำการวิเคราะห์ Stain ด้วย

3. insert -> Durability Solution แล้วเลือก solution ที่วิเคราะห์ไว้แล้ว

4. คลิกขวาเลือก New Fatigue Load Variations เพื่อกำหนดรูปแบบของรอบ

5. คลิกขวา Solve ก็จะได้ผลออกมา

ส่วนการออก Report ก็ออกตามปกติ ค่า safety factor จะแสดงออกมาทันที

คำสั่งเอาไว้ใช้สำหรับ link Assembly ครับ (เป็นคำสั่งของเวอร์ชั่นเก่าครับ ถ้าจะใช้ต้องเปิด Option ก่อนครับ) ในเวอร์ชั่นใหม่ๆเราใช้คำสั่ง Wave geometry link แทนแล้วครับ  (ง่ายกว่ากันเยอะ)

NX-010-PromoteBody1

การพิมพ์ภาษาไทยใน NX  โหมด Drafting สามารถทำได้ครับ แต่ต้องเพิ่ม font ก่อน Download จากหน้า Download ได้เลยครับ

NX-011-DraftingThai1


-ข้อ 1. เลือก Style เป็น THAI ครับ

-ข้อ 2. พิมพ์ข้อความเป็นภาษาอังกฤษครับ ถ้ายังไม่มีการเปลี่ยนแปลงให้สังเกตุว่าแป้นพิมพ์เปลี่ยนเป็นการพิมษ์เป็นภาษาอังกฤษดังข้อที่ 3. หรือไม่

NX-011-DraftingThai2

ความสามารถในเวอร์ชั่นใหม่เพิ่มขึ้นเยอะครับทั้ง Modeling, Drafting, Manufacturingในส่วนของ Syncronus เพิ่มเยอะพอสมควรครับเช่น Resize Chamfer, Replace Blend,  Label, Chamfer, Optimize Face, Pattern Face....

NX-012-Synchronous1

ต้องใช้คำสั่ง Define custom symbol

เลือกโหมด Drafting

1. เลือกคำสั่ง Insert-->symbol-Define custom symbol

2. เลือก folder ที่จะเก็บ symbol

3.ใส่ชื่อของ symbol

4.เลือก symbol

5. กำหนดจุด anchor

6. ในช่องของ image capture เลือก define region เพื่อ crop ภาพ

NX-014-SaveSymbol1

ใช้คำสั่ง chamfer

1. insert-->dimension-->chamfer

2.เลือกที่ chamfer ที่ให้ขนาด

NX-015-DimensionChamfer1

RBE มาจาก Rigid Body Element ครับเป็นการกำหนดจุด แล้วให้คิดเหมือนกับเป็นเส้นตรงหรือคาน

RBE1 กำหนด 2 จุดอิสระ

RBE2 กำหนด 2 จุดและเหมือนเป็นเส้นตรงยึดไว้

RBE3 กำหนด 2 จุดและเหมือนเป็นคานที่โก้งงอได้

โดยปกติ Part list จะแสดงชิ้นส่วนที่เป็น Component  ทุกชิ้นอยู่แล้ว จะสามารถปิดได้เพียงระดับที่เป็น sab assembly เท่านั้น แต่หาก Component ชิ้นไหนที่ไม่ต้องการ ก็สามารถลบที่ตารางได้เลยครับ  

ไปที่คำสั่ง MOVE TO LAYER แล้วเลือกชิ้นงานที่จะย้าย โดยสามารถเปลี่ยนชื่อ LAYER ไปพร้อมกันได้เลยครับ

NX-018-MoveLayer1

ในNX7.5 มีการ trim curve อยู่ 2 แบบคือใน Sketch และ Basic curve สำหรับการ Trim ใน Sketch นั้นเป็นการใช้คำสั่งที่ง่ายต่อการใช้งานอยู่แล้ว ดังนั้นผมขอเลือกการใช้คำสั่ง trim curve ที่อยู่ใน Basic curve แล้วกันนะครับ

ขั้นแรกให้เรารีเซตคำสั่ง trim curve ก่อนครับ หลังจากนั้นติ๊กถูก Associative ข้อ 1 และ Keep Bounding Object Selected ข้อ 2 ออกก่อนตามรูปนะครับ

NX-019-TrimCurve1

-จากนั้นเลือกไปที่เส้นที่ต้องการจะ trim โดยเลือกส่วนของเส้นที่ต้องการตัดออก ในที่นี้ผมตั้งชื่อเป็น เส้นที่ 1

-จากนั้นเลือกเส้นที่จะนำมาตัด ในที่นี้ผมตั้งชื่อเป็น เส้นที่ 2

-จากนั้นกด Apply ได้เลย จะเห็นว่าเส้นได้ถูกตัดไปแล้วครับ

NX-019-TrimCurve2

-ถ้าต้องการ Trim ตรงกลางเส้นออก ให้เลือกเส้นตัดเพิ่มอีกหนึ่งเส้นตามรูป 

NX-019-TrimCurve3

-นอกจากการ Trim แล้วคำสั่ง Trim curve ยังสามารถนำมาใช้ extend curve ได้อีกด้วยนะครับ ในกรณีที่ต้องการยืดเส้นที่สั้นกว่าออกไปหาเส้นขอบก็สามารถทำได้ครับ

NX-019-TrimCurve4

NX-019-TrimCurve5

 

เมื่อเราสร้าง Holder เก็บไว้แล้ว สามารถดึงกลับมาใช้โดยกดปุ่ม retrieve holder from libray หมายเลข 2 โดยเราสามารถตั้งชื่อ holder ในหมาย 3 และสามารถใส่รายละเอียดเพิ่มเติมในหมายเลข 4 ครับ ส่วนหมายเลข 1 เป็นการ export holder เก็บไว้ครับ

NX-020-Holder1

เมื่อเรากดปุ่ม retrieve holder from library โปรแกรมจะเปิดหน้าต่างให้เราเลือกชนิดของ holder จากนั้นเราสามารถใส่ชื่อในช่อง librif ได้เลยครับ

NX-020-Holder2

Combo hole เป็นรูเจาะที่เจาะมากกว่า 1 ครั้งใน 1 รู ซึ่ง Hole table จะมองว่าเป็น Combo hole ลักษณะคล้ายในรูปNX-021-ComboHole1

ปรับได้ที่ preference --> manufacturing --> ในแท็บ user interface ในกลุ่ม operation navigator เลือก check box ในช่อง Displat selected object ออกครับ

สามารถทำได้ 2 วิธี

1. ในกรณีท่านที่มีเครื่อง Print ที่ support ภาษา HPGL หรือ Postscipt สามารถใช้คำสั่ง plot ได้เลย
2. ในกรณีเครื่อง Pring Deskjet ทั่วไป แนะนำให้ใช้เป็นการ Export เป็น PDF ก่อนแล้วค่อย Print จาก PDF Reader  จะได้ค่าที่เที่ยงตรงมากกว่า print ธรรมดาใน NX

ใช้คำสั่ง WAVE geometry linker ในทูลบาร์ของ Assembly จะสามารถทำได้ทั้ง Curve, sketch และอื่นๆอีกมากมาย

NX-025-LinkCurve1

สามารถทำได้ครับ โดยมีขั้นตอนดังนี้ครับ

1.เปิด แอพลิเคชั่น PMI

2.สร้าง View   ISO ขึ้นมาใหม่ แล้วเซฟเปลี่ยนชื่อ

3.ให้ขนาดโดยใช้คำสั่ง Dimensions  ของ PMI

NX-026-View1

4.จากนั้น วางBase View โดยใช้ View ที่เราสร้างไว้

NX-026-View2

5. ปรับ Style ของ View โดยเลือกไปที่แทบ Inherit PMI

6. เลือกเป็น From Model View แล้ว apply ได้เลยครับ

NX-026-View3

สามารถทำได้ครับ โดยก่อนจะวาง View ให้เข้าไปที่ View style แล้วกดติ๊ก Center line ออกตามรูป

NX-027-NoCenterline1

 

ส่วนความยาวเส้นประ ต้องเข้าไปปรับใน Customer defaults ใน Customize standard ใน Centerline ได้เลยครับ

NX-027-NoCenterline2

 

เช็คน้ำหนักเราต้องกำหนดคุณสมบัติให้กับชิ้นงานก่อนครับ เช่น ต้องการคุณสมบัติเป็นพลาสติก Aluminum

ใช้คำสั่ง Tool-->Material-->Assing material

NX-028-Weight1

 

1.เลือกที่ชิ้นงาน

2.เลือกชนิดของวัสดุ

3.กด OK

NX-028-Weight2

 

จากนั้นเช็คน้ำหนักโดยใช้คำสั่ง

Analasis-->Measure body

NX-028-Weight3

 

จากนั้นเลือกที่ชิ้นงานแล้วเลือกที่ MASS

จะแสดงน้ำหนักของชิ้นงานครับ

NX-028-Weight4

จากตัวอย่างเป็นการเช็คน้ำหนักของ Aluminum ครับ

 

 

ใช้คำสั่ง Plot ครับ

File --> Plot

NX-029-SaveJPG1

 

หลังจากนั้นเลือก Advanceplot เพื่อปรับค่าอย่างละเอียด

NX-029-SaveJPG2

 

ในหน้า Printer เลือกรูปแบบ File ที่ต้องการ

NX-029-SaveJPG3

 

ในหน้า Print Setup ปรับขนาดรูปตามที่ต้องการ

และเลือก Print จากนั้น Software จะให้เลือกตำแหน่ง Save File

จากนั้นเลือก Cancel เพื่อออกจากคำสั่ง

NX-029-SaveJPG4 

ยังมีอยู่ครับ อยู่ใน Insert-->curve-->basic curves ตามรูปเลยครับ

NX-030-BasicCurve1

สามารถเขียนได้หลายวิธีครับเช่น ใช้สมการ,ใช้คำสั่ง Grip หรือใช้ Toolkits GearModeling ผมจะยกตัวอย่างการใช้ Grip ในการสร้างหน้าตัดของเฟือง ซึ่งจะต้องดาวน์โหลด Grip file จาก link ครับ

alan turing epub

1. เลือก file --> Execute --> Grip

NX-032-GearCreate1

 

2. เลือก file gear.grx

NX-032-GearCreate2

 

3. เลือก option ที่กจะกำำหนดขนาด

NX-032-GearCreate3

 

4. ป้อนค่า ที่ต้องการ

NX-032-GearCreate4

 

5.  กด ok

NX-032-GearCreate5

 

6. เลือก Profile

NX-032-GearCreate6

 

7. เลือก External

NX-032-GearCreate7

 

8. เลือกสีเส้น

NX-032-GearCreate8

 

9. กด ok

NX-032-GearCreate9

 

10. จะได้หน้าตัตเฟืองที่ต้องการNX-032-GearCreate10

ต้องใช้คำสั่ง view Style ( Double ที่ Border ของ View) แล้วเลือกแท็บเส้นที่ต้องการปรับ แล้วเลือกสี จากนั้นในหน้าต่าง Color เลือก Icon Deselect all colors ครับ

NX-033-LineColor1

NX-033-LineColor2

แบ่งเป็น 2 กรณีครับ

1 สร้างเพื่อแสดงลักษณะการทำงาน ไม่กังวลกัเรื่่องความเที่ยงตรงมากนัก อันนี้สามารถทำได้ครับ

2 แต่หากต้องการความถูกต้อง 100% อันนี้ถ้าทางจะยากเนื่องจากสมการสร้าง helix แบบนี้น่าจะยากมากเลยที่เดียวครับ

หากสนใจเพิ่มเติมสามารถติดต่อที่ Technical support ของคุณได้เลยครับ (เนื่องจากขั้นตอนการสร้างมีหลายขั้นตอน)

NX-034-CurvedSpring1

โดยทั่วไปใน NX4 เราจะใช้การ Import file ซึ่งที่เป็นกรอบกระดาษที่เขียนไว้แล้วที่เป็น .Prt file ครับ จะเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด

การเขียนตัวหนังสือใช้คำสั่ง Insert-->Curve-->Text ครับ

การเดินลายเส้นใช้คำสั่ง FIXED_CONTOUR โดยใช้ Medthod = Curve/point ครับ


ดูจากรูปครับ

NX-036-CharMilling1

ปรับที่หัวข้อ Setting ที่ Output text ให้เป็น Polyline ครับ

NX-037-ExportPDF1

ต้อง Export เป็น Parasolid ครับ โดย สามารถใช้คำสั่งได้ที

Menu : File > Export > Parasolid

และ ในหัวข้อ  Parasolid Version Foro Export เลือก เป็น NX 6

หลังจากนั้นให้เลือกชิ้นงานที่ต้องการ Export แล้วตอบ OK ครับ

NX-039-Export1

ต้องกลับไปดูที่ Tempplate ครับ ว่าใช้วิธีการสร้างถูกต้องหรือปล่าว

เพราะ ถ้าไม่ถูกต้องแล้วอาจทำให้ Drawing ของคุณถูกแยกเก็บไว้อีก file ทันที

ทำให้คุณเปิดหา Drawing ของคุณไม่เจอ

>> การสร้าง Template ไว้ที่ resource bar นั้น ตอน New ต้องเลือกเป็น Sheet Template เท่านั้น

NX-040-Template1

ข้อมูลของไฟล์ STL จะเป็น Triangle ดังนั้นต้องสร้าง Surface มาปิดทับผิวโดยใช้คำสั่ง Rapid Surface

Insert-->surface-->Rapid surface

NX-041-ImportSTL1

ใช้คำสั่ง Scale Body ซึ่งอยู่ใน Menu: Insert -> Offset/Scale -> Scale Body

1. การ Scale แบบ Uniform

NX-042-Scale1

 

2. การ Scale แบบ Axisymmatric

NX-042-Scale2

 

3. แบบ General ก็คือการควบคุมขนาดแบบกำหนดเอง ทั้งแกน X แกน Y และ  Z ครับ

แก้ได้ครับโดย ปลดล็อก Leyer 256 ครับ

คำสั่งอยู่ที่ Menu: Format=>Leyer setting

ทำได้ครับ แค่ตอนที่เราเลือก part ให้กำหนดเป็น facet body แทนครับ

NX-044-STLToCAM1

 

หลังจากนั้นทำ cam ได้ปรกดิครับ

NX-044-STLToCAM2

เราสามารถบอกขนาดทีละแกนได้โดย

-ในขณะที่บอกขนาดด้วย Ordinate Dimension อยู่นั้น ให้คลิ๊กขวาที่เส้น Baseline

ที่ไม่ต้องการแล้วเลือก Set Baseline Inactive และ หากต้องการให้บอกขนาดในแนวที่ Inactive ไว้ ให้คลิ๊กขวาที่เส้นนั้นแล้วเลือก Set Baseline Active

NX-048-Ordinate1

ตามรูปครับ

NX-050-SurfacePipe1

 

สามารถทำได้โดยใช้คำสั่ง Extract isocline จากคำสั่ง Insert>Curve from Bodies>Extract จากนั้นเลือก Isocline Curves

-จากนั้นเลือก Vector ในการปลดชิ้นงานแล้วตอบ OK

NX-050-SurfacePipe2

 

-ใ่ส่ค่ามุมที่ต้องการปลด แล้วตอบ OK

NX-050-SurfacePipe3

 

- จากนั้นเลือกผิวที่ต้องการเส้นTangent
- จะได้เส้น Tangent ดังรูป

NX-050-SurfacePipe4

จากนั้นใช้คำสั่ง Project แบบ Angle vector เพื่อ Project เส้นที่เราได้ลงไปที่ plane หรือผิวที่ต้องการแล้วจึงสร้างผิวอีกครับ

ใช้สำหรับเช็คระหว่าง Model ที่มีการเปลี่ยนแปลงระหว่าง revisions ครับ ตามรูปครับ

NX-051-ModelCompare1

 

NX-051-ModelCompare2

สามารถใส่ได้ครับ ให้ใส่ในรูปแแบของ Assembly โดยใช้คำสั่ง Add component ครับ

ช้าคำสั่ง Tooling Motion Simulation

NX-053-Motion1

 

ตอบ ok ในขั้นที่ 1 แล้วเข้าคำสั่งใหม่อีกครั้ง

จากนั้นเลือก Mold Style

NX-053-Motion2

 

จากนั้นเปลี่ยน Type เป็น Mount Component

NX-053-Motion3

 

จากนั้นเปลี่ยน Type เป็น Run Simulation แล้วใช้ ปุ่ม ที่ simulation

ใน NX มี Sample ให้บ้างเล็กน้อยครับ แต่ User สามารถสร้างเก็บไว้ใช้เองเพิ่มเติมได้จาการใช้คำสั่ง Reuse Library  ได้ครับ

โดยเขียน Profile ที่ต้องการ จากนั้นคลิ๊กขวาที่ Folder ที่ต้องการให้ File ไปเก็บไว้ใน Reuse Library และเลือก Define Reusable Object ตามรูปครับ

NX-054-MetalStructure1

 

 

คำสั่ง Layer ใช้ควบคุมการแสดงของ object

เช่น Layer 1(work) = object ที่สร้างใหม่จะอยู่ใน Layer นี้

Layer ที่ติ๊กถูกอยู่ข้างหน้าหมายถึง Object แสดงอยู่

Layer ที่ไม่ได้ติ๊กหมายถึง Object ถูกซ่อนอยู่

เราสามารถย้าย Object ข้าม Layer โดยใช้คำสั่ง Move Layer

ให้ Export part ออกมาครับ อาจเป็นไฟล์ Parasolid ครับ แล้วเปลี่ยน Parasolid Version For Export ให้เป็นเวอร์ชั่นที่ต้องการเปิดครับ

ใช้คำสั่ง Split Body ครับ แล้วถ้าจะแยกไฟล์ออกให้ใช้คำสั่ง Export Part แล้วเลือกที่ก้อนชิ้นงานครับ

มีครับ ตามรูปเลยครับ

NX-059-LineText1

 

ถ้าเป็นภาษาไทยก็โหลดได้ที่หน้า Download ของเว็บ ECS  แล้ว copy ไปวางใน C:\Program Files\UGS\NX 7.5\UGII\ugfonts

ในเวอร์ชั่นปัจจุบัน NX ยังไม่รองรับการแปลง File 3D Modeling จาก AutoCAD นะครับอาจจะต้องใช้ Software อื่น ๆเช่น SolidEdge ไปก่อนครับ

NX-060-ImportAcad3D1

 

ใช้คำสั่ง Raster image

NX-063-ImportImage1

 

เลือกรูปภาพที่เป็นนามสกุล Tif เท่านั้นครับ

NX-063-ImportImage2